พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เชื่อมวัยวุฒิเพื่อสังคม
“… เมืองไทยเรานี่มีสิ่งที่ดีมาก อย่างข้าราชการต่าง ๆ ที่ปลดเกษียณอายุไปแล้วตอนหกสิบ … น่าที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับข้าพเจ้าจะพยายามรวบรวมมันสมองที่เก่ง … เรียนรู้เก่งฉลาดแล้วก็ได้ฝึกทดลองมาด้วยแล้ว ให้มารวมกันช่วยกันจ้องพิจารณาปัญหาต่าง ๆ ของประเทศ … แทนที่จะคิดว่าปลดเกษียณอายุแล้วไม่มีประโยชน์ … เพราะความจริง หกสิบแล้ว ถึงแม้จะเป็นเวลาที่สมควรที่จะให้ผู้ที่มีอายุน้อยเข้ามาได้ทำหน้าที่ของเขาบ้าง เราก็ยังเป็นกองหนุนที่คอยปกป้องคุ้มครองบ้านได้ เรียกว่า เบรนแบงก์ (Brain Bank) ธนาคารสมอง”
พระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดริเริ่มในการสร้างบุคลากรใหม่ให้กับประเทศ ขณะเดียวกัน พระองค์ยังทรงเล็งเห็นว่าผู้สูงอายุนั้นยังมีคุณค่า มิได้ไร้สมรรถภาพ หากแต่จะเป็น “แนวหลัง” ที่สำคัญให้กับประเทศชาติได้พัฒนาต่อไป

เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริ “ธนาคารสมอง” คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2543 ให้กระทรวงและทบวงต่าง ๆ สำรวจทรัพยากรบุคคลที่พ้นตำแหน่งไปแล้ว ทั้งด้วยการลาออกและเกษียณอายุ แต่ยังมีสุขภาพที่ดี มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาประเทศและสมัครใจที่จะทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม สมัครเป็นวุฒิอาสาในธนาคารสมอง โดยทำงานเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ด้วยความชื่นชมในพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทำให้จำนวนวุฒิอาสาของโครงการ “ธนาคารสมอง” นั้นมีจำนวนถึง 3,000 คน ในระยะเวลาเพียง 3 ปี จำนวนผู้แสดงความจำนงขอสมัครเป็นวุฒิอาสานั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
โดยวุฒิอาสาที่อาสาสมัครในโครงการนั้นมีความชำนาญหลากหลายสาขาแตกต่างกันไป ทั้งด้านการพัฒนาสติปัญญาและคุณภาพชีวิต ด้านพัฒนาพลังงานทดแทน ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา ด้านการเกษตร ด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านการสาธารณสุข และด้านส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

วุฒิอาสาธนาคารสมอง กรุงเทพฯ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะขวาง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เพื่อแก้ปัญหาสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ปัญหาด้านการบริหารงานบุคคลภายใน ปัญหาด้านยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นและปัญหาด้านการส่งเสริมอาชีพ การฝึกอาชีพ ปี 2544 – 2545
ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลจากโครงการ “ธนาคารสมอง” ตามแนวพระราชดำรัส จึงเกิดโครงการย่อยในการนำผู้สูงวัยกลับมาสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของเด็กได้เป็นอย่างรูปธรรม เช่น “โครงการตายายสอนหลาน” ที่มีอาจารย์อำไพ วิทยวิโรจน์ จัดทำขึ้นเพื่อสืบสานและส่งต่อภูมิปัญญาของผู้สูงอายุให้แก่เด็ก เป็นการให้ความรู้คู่คุณธรรมพร้อมไปกับการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตแบบไทย โดยริเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2545 ที่โรงเรียนบางขุนเทียนศึกษา ภายหลังจึงกระจายไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

วุฒิอาสาธนาคารสมอง กลุ่มสุขภาพ ดำเนินโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของนักเรียน เพื่อแก้ปัญหาทุพโภชนาการ ณ โรงเรียนทับศิลา บ้านทับศิลา จังหวัดกาญจนบุรี ปี 2545
พระราชดำรัสในครั้งนั้นของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงนับเป็นหมุดหมายตั้งต้นสำคัญที่นำไปสู่การขยายผลและปฏิบัติได้จริง เพื่อเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยอย่างรอบด้าน โดยมิได้ทอดทิ้งทั้งผู้สูงอายุและเยาวชนไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง
ที่มา
- หนังสือรัตนราชินีศรีประเทศ สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดพิมพ์เฉลิมพระเกียรติ พุทธศักราช 2547
- หนังสือ “๒๐ ปี ธนาคารสมอง พลังอาสาร่วมสร้างสังคมที่เท่าเทียม”มูลนิธิพัฒนาไท สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ