พระราชกรณียกิจด้านความมั่นคง ชาติดำรงด้วยทรงนำ

ในยุคสมัยที่พื้นที่บริเวณชายแดนและลัทธิคอมมิวนิสต์กำลังกระจายตัวอยู่ในภูมิภาคและพื้นที่สุ่มเสี่ยง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเล็งเห็นถึงปัญหาภัยคุกคามดังกล่าวด้วยพระองค์เอง จึงได้ทรงริเริ่มโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดน มีการปรับปรุงเส้นทางคมนาคม พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อส่งเสริมการเกษตร ฝึกอบรมการทำอุตสาหกรรมในครัวเรือน พัฒนาการศึกษา และสาธารณสุข ตลอดจนเน้นให้ราษฎรอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่า โดยให้ความรู้พัฒนาจิตใจ ส่งเสริมการประกอบอาชีพ

1 มีนาคม 2518 เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมทหารและตำรวจตระเวนชายแดน อำเภอเชียงคำ จังหวัดเชียงราย

การพัฒนาด้านความมั่นคง จึงมิได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อขจัดภัยอันตรายทางการเมือง แต่ยังเป็นไปและส่งเสริมประโยชน์แก่ประชากรไทยในพื้นที่ชนบทและห่างไกลอีกด้วย ตัวอย่างเช่น “โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว” อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก อยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ และ เลย นับเป็นพื้นที่ที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ตลอดจนเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย

1 มีนาคม 2518 เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมทหารและตำรวจตระเวนชายแด10 เมษายน 2538 เสด็จพระราชดำเนินโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว” เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าด้านศิลปาชีพน อำเภอเชียงคำ จังหวัดเชียงราย

นอกจากนั้น พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศลาว ราษฎรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้เข้ามาอาสาสมัครร่วมพัฒนาชาติไทย ประกอบอาชีพเกษตรกรรมบนที่สูงและลาดชัน อีกทั้งมีปัญหาการบุกรุกแผ้วถางป่าอยู่เนือง ๆ จนพื้นที่เสื่อมสภาพ ทำให้ราษฎรประสบปัญหา มีผลผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภค

การที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้รับโครงการนี้ไว้ในพระราชดำริ จึงขยายผลไปสู่การให้ความรู้ราษฎรในการทำการเกษตรแบบผสมผสานตามพระราชดำริทฤษฎีใหม่ อนุรักษ์ดินและน้ำ และส่งเสริมการเกษตรแบบขั้นบันได ซึ่งเป็นทั้งการส่งเสริมความมั่นคงจากภัยรุกราน ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและชนบทนั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โครงการในลักษณะการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเช่นเดียวกับ “โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว” จึงกระจายไปทั่วภูมิภาคของประเทศไทย ทั้งเพื่อเหตุผลด้านความมั่นคงและการพัฒนาคุณภาพชีวิตคน เช่น โครงการ “หมู่บ้านยามชายแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ภายใต้การทำงานของกองทัพภาคที่ 3 ได้เกิดการตั้งหมู่บ้านยามชายแดนสนองพระราชดำริในพื้นที่บ้านมะโอะโคะ จังหวัดตาก / บ้านรวมไทย บ้านห้วยมะเขือส้ม บ้านนาป่าแปก บ้านดอยแสง บ้านห้วยผึ้ง บ้านปางตอง บ้านปางคอง บ้านส่วยแม่อู จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น โดยเป็นโครงการที่สนับสนุนให้ราษฎรสามารถพึ่งพาตนเองและดำรงชีวิตด้วยการเกษตรอยู่อย่างพอเพียง

การพัฒนาการเกษตรในพื้นที่สูงตามชนบทและพื้นที่ห่างไกล จึงทำให้ราษฎรเหล่านั้นที่เข้าร่วมโครงการได้ทำหน้าที่ยามชายแดนไปพร้อมกับการฟื้นฟูสภาพป่าไปในตัว ทั้งยังทำให้ราษฎรสามารถเรียนรู้เชิงปฏิบัติในการเพาะปลูกในพื้นที่จำกัดแต่ได้ผลผลิตมาก รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้ปลูกพืชและผักเมืองหนาวตามสภาพแวดล้อมในที่สูงซึ่งหนาวเย็น อันเป็นการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามไปพร้อม ๆ กับการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ เป็นการสร้างงานและรายได้ให้กับชาวชนบท

การสร้างและส่งเสริมความมั่นคงจากภัยคุกคามในที่นี้ จึงมิใช่การใช้กำลังเข้าปราบปราม แต่เป็นการสร้างและส่งเสริมความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่ด้อยโอกาสให้ได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม อันเป็นการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนและถาวรแก่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

พระราชกรณียกิจ

Scroll to Top